ต้นสนสีขาว.. (.1) "

posted on 19 May 2011 18:06 by frozend

ผมอยากให้ทุกอย่างเป็นเรื่องสมมติ..

จะได้ไม่ต้องเสียใจกับทุกอย่างเหมือนตอนนี้..

 

 

 

"ถ้าเรื่องราวมันเป็นเหมือนนิทาน..

    .. ตอนจบมันจะได้สวยงามเสมอไงครับ"

 

 

 

เคยได้ยินเรื่องของ "ต้นสนสีขาว" มั้ยครับ?

ต้นไม้สูงใหญ่ ที่มีใบเป็นสีขาว

ทั้งๆที่..จริงๆแล้ว มันกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแนวต้นสนสีเขียว

 

 

 

มีเรื่องเล่าว่า..

 

กาลครั้งหนึ่ง..ไม่รู้ว่านานเท่าไร

ที่เมืองแห่งนึงอันห่างไกล

รายล้อมไปด้วยป่ากว้างใหญ่สีเขียวสด

ทั้งภูเขาและลำธาร ที่นี่มีครบดังทิวทัศน์ในเทพนิยาย

 

พระราชา อยู่เคียงคู่กับ พระราชินี

พร้อมกับ พระโอรส และ พระธิดา

ราษฎรพร้อมหน้าอยู่เป็นสุข บ้านเมืองสงบไร้เรื่องวุ่นวาย

 

เรื่องราวดำเนินเรื่อยไปไม่ต่างจากนิทานทั่วไป

จนวันหนึ่ง..วันที่เจ้าชายอายุครบ 17 ปี

 

หลังงานฉลองวันเกิด

เจ้าชายถูกเรียกให้เข้าพบผู้เป็นพ่อ เพื่อแจ้งภารกิจที่ต้องทำ

 

 

"ดินแดนทางตะวันตก อย่างที่เจ้ารุ้ ที่นั่นมีเหตุการณ์ไม่ปกตินักเกิดขึ้น..

และข้ามีความจำเป็นที่ต้องบอกเจ้าว่า..

ลูกข้า เจ้าจงไปที่แห่งนั้น และนำพาความสงบสุขสู่ดินแดนสีเทานั้นเสียเถิด.."

 

 

คำสั่งของพ่อ แม้ว่ากระทันหัน แต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนัก

เพราะเจ้าชายรู้ดีและเตรียมใจไว้แล้วกับอนาคตที่ต้องเจอ

เว้นเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้ต้องคิดหนัก ...

เรื่องของเจ้าหญิง..น้องสาวของเค้าเอง

 

 

 

 

..น้องสาวคนที่ต้องคอยดูแลตลอดเวลา

น้องสาวคนที่มีเค้า..เป็นดวงตา 

ถ้าเค้าไม่อยู่ เธอจะทำยังไง ??

ในเมื่อทุกๆวัน เธอมีเค้าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

และสำหรับเค้าก็เช่นกัน มีเธอเป็นสิ่งสำคัญ ดังเช่นดวงใจ

 

 

 

 

..ถ้าไม่มีกันแล้วจะทำยังไง

ถ้าไม่มีพี่ชายคนนี้ เธอจะทำยังไงกัน

แม้จะรู้ว่าอาจมีใครอีกหลายคนที่ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีกว่า

แต่เธอก็คงเหมือนกับพี่ใช่มั้ย ..

' ถึงใครจะทำได้ดีเท่าไร แต่สุดท้ายความสำคัญทางใจก็ยังมากกว่า..

ถ้าไม่ใช่เธอ ..  จะเป็นใคร ยังไงก็ไม่สำคัญ.. '

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 
 
TBC

 

 

กาลครั้งหนึ่ง :: หิ่งห้อย :: นกแก้ว :: พระจันทร์ :: กาลครั้งหนึ่ง

                

   " กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..

หิ่งห้อยกับนกแก้วคุยกัน..

เล่าฝันว่าจะบินไปพระจันทร์..

ตามหาที่ตรงนั้นเป็นของเรา~.. "

 

ข้ามขอบฟ้าสุดเขตป่าแสนกว้างใหญ่.. นกแก้วสีเขียวสดใส กับ หิ่งห้อยตัวน้อย กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน

ดูเป็นภาพที่น่าประหลาดใจและไม่น่าจะเป็นไปได้ ..

 

แต่ ณ ที่แห่งนี้ .. สิ่งนี้.. เกิดขึ้นแล้ว ~~

 

“วันนี้ก็อีกแล้วหละ เมื่อไรพวกเขาจะหยุดพูดเกี่ยวกับเรื่องของเราแบบนั้นสักทีนะ”

 

“อื้มมม ช่างเขาเถอะน่า มันก็แปลกจริงๆอย่างที่เค้าว่านินะ”

 

~~นกแก้วกับหิ่งห้อยเป็นเพื่อนกัน..

มันก็เหมือนกับกลางวันกับกลางคืนมาบรรจบนั่นแหละ,,,

ความเป็นไปได้... มัน “ต่ำเกินไป”~~

 

,,, แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้” ไม่ใช่หรอ?? ,,,

 

 

“งั้นเอางี้มั้ย ถ้าที่นี่ไม่ดี เราลองไปหาที่ที่เป็นของเรากัน..

ถ้าโลกมันกว้างใหญ่ขนาดนี้ มันก็คงจะมีสักที่แหละน่า”

 

“อื้ม งั้นเราก็ออกเดินทางกันเถอะ^^”

 

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหญ่ของทั้งสิ่งมีชีวิตทั้งสอง

 

พวกเขา..

ผ่านธารน้ำตก ..

ผ่านภูเขา..

ผ่านทะเลทราย..

ผ่านทุ่งหญ้า..

ผ่านป่าน้ำแข็ง..

ผ่านพื้นที่แห้งแล้ง..

และผ่านไป.. ในอีกหลายๆที่

 

แต่พวกเขา ก็พบว่าที่ตรงนั้น..

ชื้นเกินไป..

มืดเกินไป..

แดดแรงเกินไป..

หาอาหารยากไป..

และเหตุผลอีกสารพัด..

 

วันเวลาผ่านไป .. เวลาของชีวิตเริ่มหมดลงทุกวัน

เวลาของอายุขัยเริ่มนับถอยหลัง..

และหิ่งห้อยก็เป็นฝ่ายที่จำต้องจากไปก่อน ..

ทั้งที่ยังไม่อาจหาพบ ..ในที่ที่เรียกว่า ‘เป็นของเรา’

 

เวลาเหลือไม่มากแล้วสำหรับหิ่งห้อย

สำหรับนกแก้ว เวลานั้น..มันช่างทรมาน

ทุกวันได้แต่คิดว่า ถ้าวันนั้นไม่จากมา

เราอาจไม่ต้องมาจบลงเช่นนี้

เราอาจได้มีเวลาดีดีร่วมกันมากกว่านี้~

มากกว่า การที่ออกตามหา ‘บางสิ่ง’ ที่อาจไม่มีอยู่จริงก็เป็นได้

 

ก่อนเสี้ยววินาทีสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง

หิ่งห้อยก็ได้พูดกับนกแก้วว่า

 

“..อย่าเสียใจไปเลยนะ ว่าที่สิ่งที่พวกเราตามหา.. ไม่อาจพบ

การเดินทางอันยาวนาน มันย่อมมีความหมายในตัวของมัน..

.

.

และฉันคิดว่า ฉันพบแล้วนะ ..

ที่ที่เราจะเป็นตัวเอง.. ที่ที่เราจะมีความสุข... ที่ที่เป็นของเรา..

.

.

ที่ตรงนั้น ฉันพบว่ามัน..คือ ทุกๆที่ ที่มีเธอเคียงข้าง .. ”

 

จบประโยคด้วยน้ำตาของทั้งคู่

ชีวิตหนึ่งร่วงหล่นลง พร้อมๆกับหยดน้ำตาที่มาจากความสุข

แต่อีกชีวิตที่เหลืออยู่ กลับเป็นน้ำตาแห่งความเสียใจ

..เสียใจที่ไม่อาจฝืนกฎธรรมชาติและรั้งไว้

..เสียใจที่เพิ่งพบความจริง.. เมื่อสายเกินไป

..เสียใจ ที่ทำอะไรไม่ได้.. แม้แต่การบอกลา~

 

 

-------------------------------------------------------------------------------

 

ปล. แต่ความจริงข้อหนึ่งซึ่งนกแก้วอาจไม่มีวันได้รู้ คำพูดในประโยคสุดท้ายที่ยังไม่จบของหิ่งห้อย

มันคือ...

 

“..และถึงเราไม่อาจพบกันอีกชั่วนิรันดร์ แต่ที่ที่เป็นของเราตรงนั้น จะยังคงอยู่ในใจฉันตลอดไป~..”

 

หิมะ กับ การรอคอย.."

posted on 27 Dec 2010 00:38 by frozend

“หิมะ กับ การรอคอย,,,”

 

ฟ้าววววว ~~

.

..

. . ..

 . .. ...

.. .

.

“เฮ้ออออออ...”

เสียงถอนหายใจของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ได้แต่มองตามใบไม้ที่ปลิวไปตามลม

.

.

...สายลมที่หอบเอาความร้อนของไอแดด .. .

....ไปพร้อมๆกับความหวังของเด็กชาย . ...

....ที่นับวันจะยิ่งเลือนลางลงทุกที . ..

.

.

”เมื่อไรน้า...”

..

..

“เมื่อไรที่หิมะจะตกซะทีน้า...”

.

.

“เราจะได้เจอกันเร็วๆนี้รึเปล่าน้อ.. เฮ้อออออ”

แล้วก็จบด้วยการถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะละสายตาจากฟากฟ้าแล้วเดินกลับบ้านต่อไป..

.............................

 

ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที..

บ้านสีครีมอ่อน ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเด็กชาย

..เป็นบ้านที่ดูไม่สะดุดตา แต่ทว่าอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

.

“แม่คร้าบบบบบบ... ผมกลับมาแล้วครับ..”

.

“จ้า เป็นไงมั่งจ้ะ วันนี้คุณครูสอนอะไรมาบ้างจ้ะ”

.

.

“อืมมมม..แปบนึงนะฮะ”

ว่าแล้วเด็กชายก็เปิดกระเป๋าสะพายสีเหลืองสดใสของตัวเอง ก่อนจะหยิบสมุดสีฟ้าอ่อนออกมา

เปิดดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะ ยิ้มกว้างแล้วตอบคุณแม่

.

.

“เรียนเรื่องฤดูกาลครับ..”

ก่อนจะอมยิ้มแล้วยื่นสมุดหน้าที่เรียนวันนี้ให้คุณแม่ดู แล้วเอ่ยถามด้วยแววตาเป็นประกาย

.

.

“นี่ครับแม่.. เค้าบอกว่า พอใบไม้ร่วง แล้วก็จะเข้าฤดูหนาว.. ผมเข้าใจถูกใช่มั้ยครับ?”

.

.

ด้านคุณแม่ ได้ฟังก็อมยิ้มกับความช่างพูดของลูกชาย

“จ้ะ ถูกแล้วจ้ะ”

.

.

เพียงได้ฟังดังนั้น เด็กชายก็ยิ้มกว้างตาแทบปิด

“ดีจังเลยนะครับ.. ฤดูหนาวเนี่ย ..”

“เอ๊ะ งั้นวันนี้ผมเห็นใบไม้เริ่มร่วงแล้ว..ก็แปลว่า จะเข้าฤดูหนาวแล้วหรอครับแม่”

.

.

“จ้ะ ลูกแม่ช่างสังเกตดีจังน้า.. แล้วลูกชอบฤดูหนาวมากเลยหรอจ้ะ”

.

“ครับผม.. ผมมีเรื่องที่อยากทำน่ะครับ แหะๆ”

“งั้นผมไปเก็บของก่อนนะครับ”

.

.

“อ่ะ ผมรักแม่ที่สุดเลยนะฮะ >_<”

.

..

พูดจบก็วิ่งไปที่ห้องตัวเองทันที ก่อนที่จะวนไปที่สวนหน้าบ้าน

พลางมองขึ้นฟ้าด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง

“เราคงได้เจอกันในไม่ช้านี้ล่ะนะ”

.

...........................................................................................

วันเวลาผ่านไป เด็กชายได้แต่เฝ้ามองท้องฟ้า

พร้อมกับถามหาอย่างรอคอย

ความหวังที่เคยมี มันลดลงไปทุกที

ทั้งๆที่ตอนนี้เป็นช่วงเข้าหน้าหนาวแล้ว

แต่ก็ไม่มีท่าทีใดๆที่บ่งบอกว่าหิมะจะตก..

. .

.

จนในวันนี้..

วันที่พยากรณ์อากาศได้บอกไว้ว่า อุณหภูมิจะลดต่ำที่สุดในรอบปี..

เด็กชายจึงรอคอยวันนี้ เพื่อการมาถึงของบางสิ่งที่เค้าเฝ้ารอมานาน..

เค้ารีบตื่นแต่เช้า ออกมาที่สวนหน้าบ้าน..

สายลมหนาวปะทะตัวของเค้า..แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความพยายามลดลง

เค้ารอคอยด้วยความหวัง .. แต่ทว่า..

..สิ่งที่เค้ารอคอย .. เหมือนจะไม่มีอยู่จริง..

.

.

ในที่สุด เด็กชายก็ทนความหนาวเย็นของสายลมไม่ไหว

เดินกลับเข้าบ้านไป.. พร้อมกับความผิดหวัง~~

.

.

.

.

แต่ถ้าเพียงเค้าลองก้มมองที่พื้นดินสักนิด ,,,

เค้าอาจจะได้พบกับเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆที่เกาะอยู่ที่ปลายยอดหญ้า ,,

.

..

และถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เค้าตามหา แต่ว่ามันก็มีความคล้ายกันอยู่มิใช่หรือ ,,,

.

.

เสียงเล็กๆของแม่คะนิ้งใสเย็น คงได้แต่เอ่ยถามในใจ,,,

“จะไม่มีทางไหนเลยหรอ ที่ฉันจะได้เป็นคนที่เธอมองหาบ้าง..”

“แค่เพียงฉันกับหิมะ แตกต่างกันเพียงนิด..”

“แต่เธอจะรู้มั้ย ว่านั่นเป็นความพยายามทั้งหมดที่ฉันทำได้..”

“ก็แค่... เพียงเพื่อเธอ...”

“แค่เธอเท่านั้น .. รู้บ้างรึเปล่า,,,, ”

.

.

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

 

แล้วคุณหล่ะ?

“กำลังมองหาหิมะ.. แล้วละเลยแม่คะนิ้งอยู่รึเปล่า”

... . .. . ... .

. .. . .. ..

.. . .

ถ้าเพียงมองดูให้ดี.. คุณอาจจะเจอความหวังดีจากใครอีกหลายคนที่คุณเคยมองข้ามก็ได้นะ,,,

 

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

Drama addict.2 [DkSs]

posted on 24 Dec 2010 23:22 by frozend
"ละคร... ชีวิต..."
 
 
 
มีใครหลายคนเคยบอกว่า...
 
.
..  . ..
.. . .
 .
 
ชีวิตจริง.....
 
                 ....ก้อไม่ต่างกับละคร
 
 
ในละคร
  .
  .
  มีรัก..
  .
  .
  มีเฮฮา..
  .
  .
  มีสุข..
  .
  .
  มีทุกข์..
  .
  .
  มีเศร้า..
  .
  .
  มีเหงา..
  .
  .
 
 
   ไม่ต่างกับชีวิตจริง...
                        ..อย่างนั้นหรือ?
 
.
.
.
 
มันไม่จริงเลย..
อาจจะจริง
..
.
ก็แค่เฉพาะส่วนที่มีความสุขก็เท่านั้น
 
แต่สำหรับอารมณ์ทุกข์..
 
 
ต่อให้นักแสดงคนใดจะสื่อออกมาได้อารมณ์เพียงไหน
 
 
ต่อให้มันทำให้เราเศร้าตามเค้า..
 
รู้สึกเสียใจตามเค้า..
 
หรือ
 
ร้องไห้กับความทุกข์ของเค้า..
 
.
.
.
 
แต่มีสิ่งหนึ่งที่คงไม่อาจทำให้เหมือนได้......
 
คือ.."คนดู"
 
 
 
...เพราะในละคร อารมณ์จะเศร้าแค่ไหน
 
. .. .ก็ยังมี"คนดู"คอยอยู่เป็นเพื่อน
 
. .... . .. .และรับรู้ความรู้สึกของเค้าไปด้วย
 
.
.
 
แต่ในชีวิตจริง จะมีเพียงแค่..
 
"ตัวเรา"..
 
"ตัวเรา"..
 
และ "ตัวเรา"..
 
.
.
.
 
เมื่อเราเศร้า,, เหงา,, หรือรู้สึกโดดเดี่ยว,,
 
ก็คงไม่มีใครมารู้สึกไปกับเรา..
 
เหงาไปกับเรา..
 
หรือ รู้สาเหตุ...
 
..ที่ทำให้เราเป็นอย่างนั้น
 
.
.
.
.
 
เพราะว่านี่คือ..
 
           ..."ชีวิตจริง".....
 
                  ... ไม่ใช่เพียง "ละคร"...
 
 

edit @ 23 Dec 2010 00:35:56 by frozend

edit @ 29 Dec 2010 11:53:40 by frozend

ความสุขของกระทะ.."

posted on 26 Oct 2010 01:24 by frozend

.

..

. .

ก๊อง .. . . แก๊ง .. แก๊ง . . ~

..
. .

 

เสียงอันคุ้นเคยของการกระทบกันของโลหะสองชิ้น ที่ได้ยินทุกๆเย็น

 

พร้อมๆกับกลิ่นหอมฟุ้งของอาหารบางชนิดไม่ซ้ำวันที่จะตามมาในไม่ช้า

 

จะเป็นอะไรไปไม่ได้ ... . .. .. . . .

 

นอกจาก.... . . .. ..

 

เสียงของกระทะ กับ ตะหลิว ที่กระทบกัน

 

กลายเป็นเสียงเพลงที่ร่วมกันบรรเลงทุกครั้ง ที่คุณแม่ทำกับข้าว . .. .

 

และในท่วงทำนองที่บรรเลงนั้น..

 

ใครเล่าจะล่วงรู้.. ว่าแฝงความหมายอะไรไว้มากมายเพียงใด

 

..

.. ..

. ..

.

..

. .. .

.

 

“อ่า.. อุ่นดีจังน้า~~”

 

เสียงใสๆของกระทะสีเงินวาววับ เอ่ยขึ้นหลังจากที่เปลวไฟสีอ่อนถูกจุดขึ้นบนเตา

 

“หนาวมาตั้งนาน.. เตาไฟเนี่ยยังไงก็อุ่นตลอดเลยจริงๆน้ะ ^^ ”

แต่แล้วเสียงของกระทะก็ถูกขัดขึ้นด้วยเสียงบางอย่าง

 

..

.

ก๊อง..~

.

..

 

“โอ๊ย..”

 

“นายอีกแล้วหรอ เมื่อไรจะเลิกมาจิ้มฉันสักทีน่ะ”

 

เสียงของกระทะใบเดิม ออกแนวบ่นๆๆ แต่ก็ดูจะไม่ได้มีความจริงจังอะไรเท่าไร

 

อาจเพราะว่าความเคยชินละมั้ง??

 

..ก็ กระทะ กับ ตะหลิว เค้าก็ทะเลาะกันอย่างนี้ทุกวันนี่นา~

 

 

“555 ถามหาวันนั้นหรอ ไม่มีทางซะหล่ะ มันจะไม่มีวันนั้นแน่นอน คอนเฟิร์มเลยเอ้า!!”

 

เสียงทุ้มๆอารมณ์ดีของเจ้าของเสียงบ่งบอกบุคลิกของมันได้เป็นอย่างดี

 

ตะหลิวเป็นอย่างนี้เสมอ.. คล่องแคล่ว สดใส ขี้เล่น อารมณ์ดีตลอดเวลา

 

อีกอย่างก็คือ “ชอบแกล้ง” เป็นที่สุด โดยเฉพาะกับการแกล้ง กระทะ เนี่ยแหละ

 

.

..

.

เป็นที่รู้กันของใครต่อใครแถวนี้

 

ว่าทุกวัน เวลาเย็นๆ นอกจากเสียงผัดกับข้าวแล้ว

เสียงทะเลาะกันเบาๆของกระทะ กับ ตะหลิวเนี่ยแหละ ที่จะลอยมาตามลมด้วยทุกครั้ง

 

.

..

 

“เมื่อไรน้า ฉันจะได้มีชีวิตสงบๆโดยไม่มีนายมารบกวนเนี่ย”

 

“เฮ้ออออ ก็บอกไปแล้วไง ว่ายากกกกกกกกก”

 

“ตั้งใจจะอยู่แกล้งฉันตลอดไปเลยใช่มะ”

 

“เข้าใจถูกละจ้ะ 555”

 

“เชอะ”

 

เมื่อพูดไปสารพัดอย่างแล้ว..

 

ผลสุดท้ายมันก็เหมือนเดิม คือก็ยังต้องเจอกับการกวนประสาทแบบเดิมๆ

 

....กระทะก็เลยได้แต่ปลง เฮ้อออออ~

 

.

..

.

ในขณะเดียวกัน..กับที่ใครบางคนแอบอมยิ้ม

 

กับการที่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้แกล้ง ได้ทำตัวกวนประสาทให้ใครบางคนบ่นอยู่ทุกวัน

 

..

.

 

“เฮ้อออ วันนี้เค้าก็บ่นเหมือนเดิมเลยน้า~”

 

เสียงทุ้มเปรยๆราวกับบ่นให้ตัวเองเท่านั้นได้รับรู้

 

หลังจากที่เสร็จหน้าที่การทำกับข้าวแล้ว

 

“เฮ้อออ เมื่อไรน้า ที่เธอจะรู้สักที .. ”

 

“ว่าเหตุผลจริงๆน่ะ มันเพราะว่า.. ”

 

เพียงในใจเท่านั้น ที่ตะหลิวจะได้ต่อประโยคถัดมาว่า...

 

.. เพราะว่าฉันเป็นห่วงเธอนะ  

..ไม่เข้าใจกันบ้างเล้ยยย ~

.ก็ฉัน.. กลัวว่าเธอจะร้อนเกินไป

ฉันเลยแบ่งความร้อนมาที่ฉัน ตอนที่เราแตะกัน ,,

 

เฮ้อออ.. เอาเถอะๆ เธอไม่รู้ก็ไม่เป็นไร..

สำหรับฉัน แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้ดูแลเธอไกลๆ มันก็ดีมากพอแล้วหล่ะ

แค่เท่านี้.. มันก็ดีเกินพอแล้ว สำหรับการ “แอบรัก”